ตำนานสยอง และคำว่า Occult และ อาถรรพ์ ในโลก

ไหนๆ ผ่านวัน “ฮาโลวีน” มาหมาดๆ ขอเขียน แนวสยองขวัญ สั่นประสาท ให้พวกนิยมลองของ
คนที่ศึกษา แนว Occult มาสักระยะ ในเชิงปรัชญา และ สิ่งลี้ลับ ของโลกใบนี้ อาจจะมองเห็นอะไรแปลกๆ
ถ้าพูดเรื่อง สิ่งเร้นลับ อันนี้ ผมสามารถพูดได้เป็นวันๆ เพราะ ศึกษามาทางด้าน “Sociology”

 

สิ่งที่เป็นแรงกระตุ้น และ เขียนเรื่องนี้ เพราะ ติดตามข่าว เรื่อง Isis มาสักระยะ พยายามค้นคว้า ตำราโบราณ และ ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ของโลกใบนี้
เมื่อวันก่อน มีคนบอกผมเรื่อง การก่อการร้าย ของ กลุ่ม Isis. ตรงนี้ ผมไม่อยากกล่าวว่าเป็น ชาว มุสลิม ทางบ้านเราเอง ก็มีพุทธแท้ และ พุทธโธ่ UFO หรือลัทธิจานบิน อะไรต่อมิอะไร

เรื่องศาสตร์ของความเชื่อ เขียนแล้วจะยาว แล้วอาจจะมีประเด็น เลยไม่อยาก วิเคราะห์ ในประเด็นเหล่านี้

 

เอาเป็นว่า ผมขอพูดใน scale ของ timeline ที่ก่อนจะมีความเชื่อ แตกแยกจนเป็นระบบ ศาสนา , ท่านผู้อ่าน ที่มีศาสนา และ รู้สึก หรือ มีนิยาม ทางหลักการการใช้ชีวิต ที่เป็นไปตามศาสนาในกรอบความเชื่อ ที่เป็น ปัจจุบัน — ผมขอให้ ใช้สติ ในการ อ่านบทความนี้ แล้วไม่ต้องเชื่อทั้งหมด — ให้ไปค้นคว้าเอง ว่า ส่วนผสม และ วิวัฒนาการ ของ เรื่องราว ต่างๆ ที่ผมจะเล่านี้ มีนัยยะ และ เกิดอะไร หรือ มีความเป็นไป อย่างไร ลองพิจารณาดูกันครับ

เรื่อง อาถรรพ์เรื่องแรก – สำหรับคนที่ รู้สึกว่า โลกใบนี้ มีสิ่งชั่วร้าย หรือ พลังชั่วร้าย วนเวียนแฝงตัวอยู่
คนที่เชื่อ เรื่อง โชคลางค์ ลางร้าย หรือ เชื่อเรื่อง เจ้ากรรมนายเวร ก็คงมีความรู้สึกนึกคิด เกี่ยวกับพลังแฝง เร้นลับ เหล่านี้
สิ่งที่เรา วิเคราะห์ เท่าไหร่ ก็ก็ไม่เข้าใจ ไม่เกิดความแจ่มแจ้งถ่องแท้ เรามักจะเกิดความกังวล (Anxiety) และ ตื่นกลัว กับสิ่งรายรอบตัวเรา

ผมเองก็เป็น เมื่อดูหนังผีในโรงหนัง ผมชอบไปดูหนัง ที่สิงคโปร์ เพราะว่า มันมีโรงหนัง ที่ให้บรรยากาศของโรงหนังได้ดีกว่าในบ้านเรา หลายเท่าตัวนัก
เรื่องสุดท้ายที่ไปดูมา ก็ตุ๊กตาผี Annabelle: Creation และ เรื่อง IT หนังสยองแนว จิตๆ

 

ซาตาน

สิ่งชั่วร้าย หรือ ความรู้สึกว่า ในโลกนี้ มี ปิศาจ ผมได้ ไป research เกี่ยวกับ ตุ๊กตา (รูปปั้น) ซาตาน หรือ “Satanic Statue” สิ่งนี้มีที่มาที่ไป ที่ยาวนาน และอาจยาวนานกว่าที่คุณคิด ก่อนที่จะมีศาสนาแรกๆ เกิดขึ้นในโลกใบนี้ ตอนเป็นเด็กๆ แม้เป็นคนที่อยู่ใน สังคมที่มีกรอบความเชื่อ เรื่อง พุทธ และ ใกล้ชิดกับความเชื่อลึกๆ รากเหง้าของไทย คือ ผี และ ฮินดี กระนั้น ตอนเด็กๆ ก็เคยได้ยินคำว่า ซาตาน และ คำขู่เข็ญจากผู้ใหญ่ ที่พอจะรู้เรื่อง ซาตานพวกนี้ ก็กล่าวว่าเป็นสิ่งเร้นลับ ชั่วช้า และชั่วร้าย จนตอนนี้ ก็อายุ 30 แล้ว ยังไม่แน่ใจชัดนัก ว่า ซาตาน คืออะไร

 

เมื่อยามอยู่มหาลัย ได้เรียนร่วมกับชาวคริสต์ และ ต่างศาสนาหลากหลายชาติพันธุ์ ทำให้ กรอบของ วัฒนธรรมไทย ได้จางลงบ้าง เราได้ศึกาามิติของความคิด ทั้งจาก เด็กเหล่านั้น และจากผู้ใหญ่ ที่เป็นนักธุรกิจ นักกฏหมาย ทนายความ และ คนที่จับต้องเรื่อง เงินๆทองๆ และ ใครบางคนที่ ขับรถ ทะเบียน ดอ เด็ก ผ่านตำรวจ ในแบบที่ต้องเข้าใจกันว่า ต้องเกรงใจ และเป็นที่รู้กันในสังคม ว่าเป็นของ คนที่ มีอะไร ที่อย่าไปขางทางพวกเขา.

 

ยิ่งโตขึ้น ยิ่งเห็นโลก ที่ เป็นอีกแบบหนึ่ง และ ออกจากกรอบ ความคิดจากสื่อกระแสหลัก เริ่มเห็น รอยแยก อะไรบางอย่าง ที่เราไม่มีโอกาสได้แง้มเข้าไปดู

เมื่อเรา ได้มองย้อนกลับไปดู คนไทย ด้วยกัน ที่ยังอยู่ใน รากเหง้าทางความคิด เราจะมองเห็นกรอบความเชื่ออะไรบางอย่าง

 

กรอบความเชื่อ เหล่านั้น ที่เรา มองว่ามันเป็นของสูง แท้จริงแล้ว เราไม่อาจรับรู้เลยว่า อะไร คือ เส้นขอบ ของ ซาตาน และ อะไร คือเส้นขอบ ของ อิสระ และ ความชัดเจน

 

จนเราเริ่มมามองเห็น ในช่วงปีหลังๆ มีคนสาย Alternative ที่คิดว่า ไปอยู่ในต่างประเทศมาสักระยะ แต่ศึกษา ธรรมะ พุทธแนวสุญญตา หรือแนว “ช่างแม่ง” หรือแบบที่ผม นิยามง่ายๆ ประมาณ คำว่า “Zen” ว่าง ปล่อยวาง

 

กลายเป็นว่า Zen และ ซาตาน และ ลูซิเฟอ รวมไปถึง จักรวาล และ ความว่างเปล่า มาจาก หลักคิด ใกล้เคียงกัน

จนผ่านไปสักระยะ เราก็ได้เรียนรู้ คำบางคำที่เห็นในหนังแนวศาสตร์ หรือหนังแนวล่าแม่มด เรียก คนที่นอกศาสนา ทางฝั่งยุโรป ในสมัยก่อนว่า “พวกนอกรีต”

คำนี้ รู้สึกจะเห็น แรกๆ เมื่อดูหนังเรื่อง “Brave Heart” กล่าวถึงพวกนอกรีต อย่างเหยียดหยาม และ พิธีกรรมทางสัญลักษณ์ อะไรต่างๆ ไม่ขอกล่าวถึงรายละเอียด สิ่งที่ผมสัมผัสได้ แว่บแรก ทำให้ ผมเข้าใจความเชื่อมโยง ของระบบความเชื่อต่างๆ ทั่วโลกใบนี้ รวมทั้ง อาการทางจิต ของพวกที่มีความหลงผิด ที่เป็นเรื่อง บุคคลิกเจาะจงประเภทหนึ่ง ที่คนไทย เป็นกันเยอะมาก คือเรื่อง คิดว่าตนเองเป็น Hero หรือ มักคิดว่าตนเอง เป็นผู้ถูกเลือก ถูกคัดสรรจาก พระเจ้า หรือ เทวดา

คนไทย จึงบ้าเรื่อง ดวงชะตาไงครับ 

 

กลายเป็นว่า คนใช้ชีวิต ปกติในประเทศไทย ต้องโดยเส้นขอบ ชนิดหนึ่ง ที่ขีดให้ คนที่ไม่ได้ เดินตามกระแส ต้องการมาเป็นคนขวางโลก

ซึ่งแปลกนะ ผมว่า ผมไม่ได้ขวางโลก เพียงแต่ มีคนพวก ลัทธิ อัตตา สูงๆ มักคิดว่าตนเอง ต้องเป็นผู้ถูกเลือกโดยสวรรค์ คอยบีบบังคับให้เราต้องพยายามทำอะไร ตามๆพวกเขา

โตมาเรื่อยๆ ก็พบว่า เรื่องการทำนายทายทัก เรื่องโหราฯ พยากรณ์ ล้วนเป็นเรื่องการจัดตั้ง การสร้างอิทธิพลทางความคิดทั้งนั้น และมีการข่มขู่ให้เรากลัว ด้วยการ ทำนายในเรื่องร้ายๆ หากคุณ หมิ่นประมาท หรือ ไม่ได้ Respect แบบเชื่อโดยบริสัทธิใจ — ในต่างประเทศ สามารถเอาผิด ทางอาญาได้ครับ หากมีการใช้ Social Sanction ด้วยการ อาฆาตร และ ปลุกปั่นความเชื่อ ให้คนชิงชัง ด้วยวิธีสกปรกพวกนี้

แต่ผมมักจะเห็น คนไทย ที่ บ้าพุทธ แนว ไสยะ บ้าหวย บ้าดวง บ้า บารมี พวกนี้ บ้าๆทั้งนั้น แล้ว พยายามยัดเยียดความบ้าสุดโต่งพวกนี้ มาให้คนอื่นเชื่อตาม

 

 

นอกจาก บ้าเรื่อง ดวงชะตา ก็บ้าเรื่อง หวย และ งมงายมากๆ

ที่เหนื่อยใจที่สุดคือ ทำงาน องค์กรใหญ่ๆ เราจะเจอ พวก มนุษย์เงินเดือน คุยเรื่อง การเสี่ยงพนันขันโตก ด้วยการซื้อหวยใต้ดิน การพนันไร้สมอง ไร้สาระที่ผมไม่คิดจะยุ่งมันเลย แต่ที่น่าเบื่อหน่าย คือ จะมีแก๊งเจ้าถิ่น ในองค์กรใหญ่ๆ มัก อวดภูมิด้วยการคุยเรื่องหวย ว่างวดนี้ออกอะไร ถ้าใครไม่มาคุยเรื่องพวกนี้ คุณจะค่อยๆ กลายเป็น คนนอกวงการ ในสังคมปัญญาอ่อนพวกนั้น

ทำงานที่ต่างประเทศ ไม่มีใครคุยเรื่องนี้ครับ เป็นเรื่องน่าอายเสียด้วย ไม่ใช่เรื่องอวด

คนไทย มีปากไว้พล่าม มี บารมี “ห่วยๆ” ไว้อวด เพราะ จะว่าไปแล้ว คนพวกนี้ ด้อยโอกาส แล้วเหมือน อยากพยายาม พิสูจน์คุณค่าอะไรบางอย่าง ที่เขาพยามให้เรามองเห็น

เมื่อมีเวลาว่างๆ จากการทำงานหนักๆที่ประเทศไทย ผมมักจะไป เยือนประเทศสิงคโปร์ (โดยมีพี่ๆ ที่ช่วยเหลือเรื่องหาที่พักในสิงคโปร์ อย่างไว้ใจได้)

ในประเทศ เล็กๆ ที่อยู่ติ่งๆ ในแผนที่โลก เมื่อเราไปสัมผัส กลายเป็นอีกโลกหนึ่ง ที่ไม่ได้ คลั่ง ในกรอบประหลาด แบบประเทศไทย เราเจอวัฒนธรรม ที่เป็นเบ้าหลอม มาจาก ความเชื่อ ความงมงาย ที่เป็นรากเหง้าของเรา และ ขุดออกยาก ผมคิดว่า สังคมไทยๆ ต้องใช้เวลาเพาะบ่ม ขัดเกลา ความบ้าคลั่ง สิ่งนี้ ออกไปอีกนานมากๆ ผมคาดว่า มากกว่า 200 ปี.

กลับมาที่เรื่องหลัก เรื่อง ซาตาน และ อาถรรพ์ ที่เราพบเห็น

ผ่านวัน ฮัลโลวีน หรือคนไทยมองว่าเป็นวันปล่อยผี เมืองนอก หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว ก็มาขอบคุณผี ลืมบอก Keyword หนึ่ง คำว่า นอกรีต หรือ ศัพท์เดิม คือ “Pagan” เป็น Cult โบราณ และเป็น วิถีปฏิบัติต่อๆกันมา

เรื่องของหนัง ก็ยังเป็นเรื่องแต่ง ที่เอาเค้าโครงของอดีต และ เอาระดับพื้นฐานความรู้ของทีมที่ทำขึ้นมา บังเอิญ ไปเจอ บทวิจารณ์ หนังเรื่อง “Brave Heart” ที่เขากล่าวเรื่อง นอกรีต หรือ Pagan ซึ่งคำพวกนี้ ในวงการ คริสต์ ได้ นำเอา เรื่อง ซาตานเข้ามาผูกโยง และ มีตำนาน เรื่องเล่าขานอย่าง ลูซิเฟอร์ เทวดาตกสวรรค์ อะไรพวกนี้ จะขอเก็บเป็นการบ้าน ไปทำ Research และจะมาเขียนให้ในนี้ครับ

 

แต่ขอ deep ไปที่ Brave Heart ก่อน หนังเรื่องนี้ มี Error ในเรื่องของ Plot 

แหล่งที่มา ของ research

Braveheart Errors: An Illustration of Scalehttp://medievalscotland.org/scotbiblio/bravehearterrors.shtml
Braveheart: the Historical Movie that Isn’thttp://blog.cnbeyer.com/tv-and-movies/braveheart-the-historical-movie-that-isnt/

Longshanks กษัตริย์ เรื่อง Brave Heart

 

หนังทุกเรื่อง มีข้อผิดพลาด ใน Plot, ที่ขอข้ามเรื่องนี้ไปครับ หาแหล่งอ้างอิง เพื่อมา พูดประเด็นเรื่อง Pagan และจะได้กลับมาโยงเรื่อง การก่อการร้าย และ เรื่องของ ความเชื่อ จำทำให้เกิด สงคราม ลัทธิทางการทหาร การแย่งชิงทรัพยากรณ์ และ เหตุการณ์ การโจมตี ของกลุ่ม Isis ในอเมริกา เมื่อวานก่อนนี้ ล้วนมาจาก ความเชื่อมโยง ของปมความขัดแย้ง ทางความเชื่อของคน และ เป็นจุดเล็กๆ เท่านั้น จนเป็นปัญหาเรื้อรังไม่สิ้นสุด ซึ่ง สาเหตุและปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ผม เข้าใจ งานโปรเจคใหญ่ๆ ที่ผมได้รับหมอบหมายมา และ ทำให้มันดีที่สุด สำหรับท่านที่ กำลังสนุกกับการเก็งกำไร และศึกษาเรื่อง Transaction ที่เกิดขึ้นยึบยั่บเป็นวินาที อย่างในบทความที่ผ่านมา :: เก็งกำไร – ค่าเงิน และ โครงการลับๆ ในโลกลับๆ ที่ค่อยๆศึกษา

 

ถ้าเรา ในฐานะ นักลงทุนและนักเก็งกำไร : เราต้องเข้าใจเรื่องความเชื่อ ใน DNA ใน Mental ของมนุษย์ และ เชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวเหล่านี้ ติดตามบางอย่างที่ผมพยายามจะสื่อ , ผมมีเหตุผล ว่าทำไม ผมต้อง กล่าวเรื่อง Pagan หลังวัน Halloween ที่ผ่านมา เพื่อเป็นนัยยะ ให้คนที่เข้าใจ และ Moment ในช่วงที่จะเกิด จะเป็นอะไรตามมา

เรื่องของ ซาตาน มีหลายอย่างในบทความนี้ที่เขียนลงไปไม่ได้

อันแนวคิดง่ายๆ แบบคร่าวๆ คือเรื่องของ ความรู้ระดับสูง 3 ตำแหน่ง คือ สิ่งดี และ สิ่งชั่ว [Citation] เส้นขอบ ของการกำหนด สิ่งใดชั่วร้าย และดีงาม กระบวนการสร้าง Norm ทางสังคมนั่นเอง เป็นเรื่องของ จิต , สมัยใหม่ เราเรียน จิตวิทยา เป็น วิทยาศาสตร์มากขึ้น ทำให้ โลกเรา เริ่ม ซิวิไลซ์ มากยิ่งขึ้น ทำให้เรามองเห็น การโกหก หลอกลวง ของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เพราะเขารู้จุดอ่อน และเล่นกับความโง่งมงายของคนในชาติ

เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ , และ เราแต่ละคน ต้องหาช่องทางเอาตัวรอดเอง

การสวดมนต์ ไหว้พระ ไม่ได้ทำให้ จิตใจเราสูงส่งขึ้นเลย หาก ขาดสติ และ งมงาย และหวาดกลัว กับขอบเขตต่างๆ โดยไม่ได้ พิจารณา อย่างแท้จริง.

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *